Piggy in Japan 2008 #5.2
posted on 26 Jun 2009 13:00 by piggy417
<< อ่านภาคก่อนหน้า 5.1
เรานั่งรถจากโยโกฮาม่ากลับมาที่อากิฮาบาระ แล้วต่อสายโซบุไปอีดะบาชิ
เนื่องจากว่าก่อนไปญี่ปุ่น ได้ดูรายการ Odekake Anipop! ที่ซากุระอิ ทากาฮิโระซังเป็นพิธีกร
โดยตอนที่ 12 มีโคบายาชิ ซานาเอะซังเป็นแขกรับเชิญ เขาพากันไปเดินเที่ยวที่อีดะบาชิ
แถมระหว่างทางยังซื้อซาละเปาของร้านโกะจูบัง (五十番) กินกันอีก
ลูกกลมโตขาวเนียน น่าหม่ำมากๆ ยิ่งเข้าไปดูรูปในเน็ต หูย..น้ำยายไหย
สต๊าฟที่กำลังจะทดลองชิม แอบน่ารักวึ้ย ปกติไม่สนหนุ่มแว่นนะเนี่ย

อีกสักรูปนึง ยืนยันความน่ารักความกลมโตของลูกเปา

...เอ่อ พอๆ รู้สึกว่าประเด็นชักจะเริ่มเบี่ยงเบน - -"
ลูกหมูเห็นแล้วอยากกินบ้าง จึงตั้งใจไว้ว่ามาเที่ยวคราวนี้จะต้อง...

เวลาบ่าย 3 โมง มาถึงอีดะบาชิ

อีดะบาชิจริงๆ นะ

ในรายการเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซากุระบานเต็มไปหมด

แต่เรามาช่วงฤดูร้อน เลยไม่มีดอกซากุระให้เห็น
(ถ่ายคนละจุดกับในรายการนะ แต่ก็เขียวขจีอย่างนี้เหมือนกันทั่วบริเวณแหละ)
ตามรอยขั้นที่ 1 สะพานลอยหน้าสถานี ทางประตูทิศตะวันออก

ได้มายืนบนสะพานลอยตรงจุดเดียวกับที่ซากุระอิซังยืนแล้ว
แต่ตอนถ่ายรูป ขอกระเถิบมาที่หัวบันไดหน่อย

........ชั้นนี่ก็บ้าเนอะ -*-
ที่จริงก่อนมาญี่ปุ่นก็ตรวจสอบพิกัดร้านซาละเปาแล้วนะ แต่..ลูกหมูชะล่าใจเกินไป
ตรวจสอบเส้นทางไม่ละเอียดพอ นึกว่าจะไปไม่ยาก นึกว่าทางมันจะบังคับให้เดินไปเอง
พอจะเดินไปที่ถนนคางุระซากะเพื่อตามรอยขั้นที่ 2 ต่อไป ปรากฏว่า...
สะพานลอยมันยาววว + มีบันไดลงหลายทางชะมัด (@Д@;)
แล้วในรายการ Anipop! 2 คนนั้นเขาเดินลงทางไหนฟระ??
ลูกหมูยืนเอ๋ออยู่บนสะพานลอยพักนึง ก่อนจะตัดสินใจหาเหยื่อถามทาง
แต่ยังไม่ทันถาม ตาก็เหลือบไปเห็นป้ายของร้าน Book Off ที่อยู่อีกฟากหนึ่ง

※ ขอบคุณ Google Maps
ด้วยเหตุนี้เอง "แผนตามรอย" จึงถูกล้มเลิกในทันที
ลูกหมูเปลี่ยนใจ เดินไปบุ๊คออฟแทน ( ̄ー ̄;
ได้มาไม่มากมาย แต่ก็เป็นของที่ต้องการ

ออกจากบุ๊คออฟตอน 4 โมงกว่าๆ แล้วนั่งรถต่อไปที่นากาโนะ
หาข้าวกินที่นากาโนะบรอดเวย์ และเดินวนดูของอยู่ในนั้นจนถึงค่ำ
(เดินหา DVD หนังฝรั่ง ตั้งหลายร้าน ไม่เจอเรื่องที่ต้องการเล้ย -3-")
อยากกลับเร็วกว่านั้น แต่ช่วงเย็นๆ รถไฟจะเบียดเสียดมาก
เมื่อวานเจอไปรอบนึงแล้ว เข็ดค่ะ
ขอยืมรูปของพี่ว้อบแว้บหน่อยนะคะ ลูกหมูไม่ได้ถ่ายมา

เราชอบที่นี่นะ บรรยากาศมันคล้ายๆ มาบุญครอง
ทำให้รู้สึกคุ้นเคย เหมือนเดินอยู่แถวมาบุญครองจริงๆ
ของกินก็อุดมสมบูรณ์เป็นที่สุด แค่เดินดูร้านอาหารอย่างเดียวก็เพลินแล้ว
โอ้ ไอเลิฟนากาโนะบรอดเวย์
ได้ของจากมันดาราเกะมาแค่นี้

ซื้อ LaLa มาด้วย ปกมันยั่ว อุซึอิหล่อโฮกกก (ปัจจุบันยังไม่ได้เปิดอ่านเลย ซื้อมาเพราะปกจริงๆ - -")

ขากลับเห็นชอร์ตเค้กสตรอเบอร์รี่ของ Fujiya
น่ากิ๊นน่ากิน
ใจจริงอยากจะซื้อมาฉลองวันเกิดให้ตัวเองในวันรุ่งขึ้น
แต่กลัวเค้กมันจะหน้าคะมำก่อนกลับถึงห้องพัก เลยไม่เอาดีกว่า
ออกมานั่งพักข้างหน้า ลมพัดเย็นสบาย

นากาโนะยามค่ำคืน ถึงจะมีแต่ตึก แต่แสงไฟก็สวยดีเหมือนกันนะ

ถึงวันนี้จะผิดแผนนิดหน่อยตอนไปอีดะบาชิ แต่ก็ได้เดินเที่ยวสนุกมากมาย
ไม่สนุกอยู่แค่ 2 อย่างคือ...
1. ลืมซื้อตั๋ววันของ JR
เลยจ่ายค่ารถไฟอานไปเลย orz
2. เจ็บเท้ามากกกก!!
อาการเริ่มกำเริบตั้งแต่ตอนอยู่บุ๊คออฟแล้ว
ก้าวลงไปแต่ละที แปล๊บบบ ...เจ็บ...เจ็บสุดๆ
ขนาดพยายามเดินแบบไม่ฝืนแท้ๆ ยังเจ็บถึงขนาดนี้ ให้ตายสิ
คราวหน้าถ้าจะไปเที่ยวอีก คงต้องหารองเท้าใหม่ล่ะมั้ง
ถ้าใส่รองเท้าที่พื้นหนานุ่มกว่านี้ อาจจะช่วยลดเจ็บได้บ้าง (มั้ง)
※ เท้าเราเคยเส้นพลิก ขณะเล่นบาสฯ สมัยอยู่ ม.3
แต่ทำเปรี้ยว ไม่ยอมหยุดเรียน อาการเลยหนัก ใช้เวลาตั้งเป็นเดือน กว่าจะหาย
แล้วจากนั้นมันก็เรื้อรังมาตลอดเลย เดินมากๆ เดินนานๆ ไม่ได้ ..เจ็บ..
แต่คุณหมาป่าสีเทาแนะนำให้ลองไปทำโยคะบำบัดดู อือ..(・_・;)
และแล้ว ทริปของวันที่ 2 ก.ย. ก็จบลงแบบเรียบง่ายเช่นนี้
โปรดติดตามรีพอร์ตครั้งต่อไปนะเคอะ m(_ _)m
<< หากต้องการคอมเมนต์ กล่องคอมเมนต์อยู่ในหน้า 5.1
เรานั่งรถจากโยโกฮาม่ากลับมาที่อากิฮาบาระ แล้วต่อสายโซบุไปอีดะบาชิ
เนื่องจากว่าก่อนไปญี่ปุ่น ได้ดูรายการ Odekake Anipop! ที่ซากุระอิ ทากาฮิโระซังเป็นพิธีกร
โดยตอนที่ 12 มีโคบายาชิ ซานาเอะซังเป็นแขกรับเชิญ เขาพากันไปเดินเที่ยวที่อีดะบาชิ
แถมระหว่างทางยังซื้อซาละเปาของร้านโกะจูบัง (五十番) กินกันอีก
ลูกกลมโตขาวเนียน น่าหม่ำมากๆ ยิ่งเข้าไปดูรูปในเน็ต หูย..น้ำยายไหย

สต๊าฟที่กำลังจะทดลองชิม แอบน่ารักวึ้ย ปกติไม่สนหนุ่มแว่นนะเนี่ย

อีกสักรูปนึง ยืนยัน

...เอ่อ พอๆ รู้สึกว่าประเด็นชักจะเริ่มเบี่ยงเบน - -"
ลูกหมูเห็นแล้วอยากกินบ้าง จึงตั้งใจไว้ว่ามาเที่ยวคราวนี้จะต้อง...

เวลาบ่าย 3 โมง มาถึงอีดะบาชิ

อีดะบาชิจริงๆ นะ


ในรายการเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซากุระบานเต็มไปหมด

แต่เรามาช่วงฤดูร้อน เลยไม่มีดอกซากุระให้เห็น
(ถ่ายคนละจุดกับในรายการนะ แต่ก็เขียวขจีอย่างนี้เหมือนกันทั่วบริเวณแหละ)

ตามรอยขั้นที่ 1 สะพานลอยหน้าสถานี ทางประตูทิศตะวันออก

ได้มายืนบนสะพานลอยตรงจุดเดียวกับที่ซากุระอิซังยืนแล้ว
แต่ตอนถ่ายรูป ขอกระเถิบมาที่หัวบันไดหน่อย

........ชั้นนี่ก็บ้าเนอะ -*-
ที่จริงก่อนมาญี่ปุ่นก็ตรวจสอบพิกัดร้านซาละเปาแล้วนะ แต่..ลูกหมูชะล่าใจเกินไป
ตรวจสอบเส้นทางไม่ละเอียดพอ นึกว่าจะไปไม่ยาก นึกว่าทางมันจะบังคับให้เดินไปเอง
พอจะเดินไปที่ถนนคางุระซากะเพื่อตามรอยขั้นที่ 2 ต่อไป ปรากฏว่า...
สะพานลอยมันยาววว + มีบันไดลงหลายทางชะมัด (@Д@;)
แล้วในรายการ Anipop! 2 คนนั้นเขาเดินลงทางไหนฟระ??
ลูกหมูยืนเอ๋ออยู่บนสะพานลอยพักนึง ก่อนจะตัดสินใจหาเหยื่อถามทาง
แต่ยังไม่ทันถาม ตาก็เหลือบไปเห็นป้ายของร้าน Book Off ที่อยู่อีกฟากหนึ่ง

※ ขอบคุณ Google Maps
ด้วยเหตุนี้เอง "แผนตามรอย" จึงถูกล้มเลิกในทันที
ลูกหมูเปลี่ยนใจ เดินไปบุ๊คออฟแทน ( ̄ー ̄;
ได้มาไม่มากมาย แต่ก็เป็นของที่ต้องการ

ออกจากบุ๊คออฟตอน 4 โมงกว่าๆ แล้วนั่งรถต่อไปที่นากาโนะ
หาข้าวกินที่นากาโนะบรอดเวย์ และเดินวนดูของอยู่ในนั้นจนถึงค่ำ
(เดินหา DVD หนังฝรั่ง ตั้งหลายร้าน ไม่เจอเรื่องที่ต้องการเล้ย -3-")
อยากกลับเร็วกว่านั้น แต่ช่วงเย็นๆ รถไฟจะเบียดเสียดมาก
เมื่อวานเจอไปรอบนึงแล้ว เข็ดค่ะ
ขอยืมรูปของพี่ว้อบแว้บหน่อยนะคะ ลูกหมูไม่ได้ถ่ายมา

เราชอบที่นี่นะ บรรยากาศมันคล้ายๆ มาบุญครอง
ทำให้รู้สึกคุ้นเคย เหมือนเดินอยู่แถวมาบุญครองจริงๆ
ของกินก็อุดมสมบูรณ์เป็นที่สุด แค่เดินดูร้านอาหารอย่างเดียวก็เพลินแล้ว
โอ้ ไอเลิฟนากาโนะบรอดเวย์
ได้ของจากมันดาราเกะมาแค่นี้

ซื้อ LaLa มาด้วย ปกมันยั่ว อุซึอิหล่อโฮกกก (ปัจจุบันยังไม่ได้เปิดอ่านเลย ซื้อมาเพราะปกจริงๆ - -")

ขากลับเห็นชอร์ตเค้กสตรอเบอร์รี่ของ Fujiya
ใจจริงอยากจะซื้อมาฉลองวันเกิดให้ตัวเองในวันรุ่งขึ้น
แต่กลัวเค้กมันจะหน้าคะมำก่อนกลับถึงห้องพัก เลยไม่เอาดีกว่า
ออกมานั่งพักข้างหน้า ลมพัดเย็นสบาย

นากาโนะยามค่ำคืน ถึงจะมีแต่ตึก แต่แสงไฟก็สวยดีเหมือนกันนะ

ถึงวันนี้จะผิดแผนนิดหน่อยตอนไปอีดะบาชิ แต่ก็ได้เดินเที่ยวสนุกมากมาย
ไม่สนุกอยู่แค่ 2 อย่างคือ...
1. ลืมซื้อตั๋ววันของ JR
เลยจ่ายค่ารถไฟอานไปเลย orz
2. เจ็บเท้ามากกกก!!
อาการเริ่มกำเริบตั้งแต่ตอนอยู่บุ๊คออฟแล้ว
ก้าวลงไปแต่ละที แปล๊บบบ ...เจ็บ...เจ็บสุดๆ
ขนาดพยายามเดินแบบไม่ฝืนแท้ๆ ยังเจ็บถึงขนาดนี้ ให้ตายสิ
คราวหน้าถ้าจะไปเที่ยวอีก คงต้องหารองเท้าใหม่ล่ะมั้ง
ถ้าใส่รองเท้าที่พื้นหนานุ่มกว่านี้ อาจจะช่วยลดเจ็บได้บ้าง (มั้ง)
※ เท้าเราเคยเส้นพลิก ขณะเล่นบาสฯ สมัยอยู่ ม.3
แต่ทำเปรี้ยว ไม่ยอมหยุดเรียน อาการเลยหนัก ใช้เวลาตั้งเป็นเดือน กว่าจะหาย
แล้วจากนั้นมันก็เรื้อรังมาตลอดเลย เดินมากๆ เดินนานๆ ไม่ได้ ..เจ็บ..
แต่คุณหมาป่าสีเทาแนะนำให้ลองไปทำโยคะบำบัดดู อือ..(・_・;)
และแล้ว ทริปของวันที่ 2 ก.ย. ก็จบลงแบบเรียบง่ายเช่นนี้
โปรดติดตามรีพอร์ตครั้งต่อไปนะเคอะ m(_ _)m
<< หากต้องการคอมเมนต์ กล่องคอมเมนต์อยู่ในหน้า 5.1