รู้สึกว่าระยะนี้จะมีนักแปล (หนังสือ) การ์ตูนญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจริงๆแล้วก็น่าดีใจนะ
คนแปลเพิ่มมากขึ้นมีการ์ตูนที่แปลเสร็จในแต่ละเดือนมากขึ้น การ์ตูนออกเร็วขึ้น คนอ่านก็แฮปปี้
แต่หลังจากที่ได้อ่านบล็อกข้างบ้านมาหลายเอนทรี่ ที่ว่าแปลไม่ดี, สรุปความมั่ว, ดำน้ำเนียน ฯลฯ เราก็ชักเริ่มไม่มั่นใจในคุณภาพ หรือว่าอาชีพนี้มันกลายเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งไปแล้ว? แบบว่า งานแปลการ์ตูนนั้นง่าย สมัครเข้าแปลที่สำนักพิมพ์ก็แสนง่าย ช่วยให้หาเงินคล่องมือ ใครๆก็เลยแห่มาทำงานแปลการ์ตูน อะไรแบบนี้หรือเปล่า? ...ก็คิดไปเรื่อยน่ะนะ...
จริงอยู่ที่งานแปลการ์ตูนนั้นง่าย แต่การแปลให้ดีน่ะ ไม่ง่ายหรอก

แล้วการแปลการ์ตูนที่ดี ต้องเป็นยังไงกัน? แน่นอนล่ะว่าไม่ใช่แค่แปลภาษาญี่ปุ่นออกแน่ๆ
ในฐานะที่ทำงานตรงนี้มานานกว่า 5 ปี แม้ฝีมือการแปลจะยังไม่แก่กล้าเท่าเพื่อนๆ คนอื่น
แต่ก็คิดว่าคงจะพอพูดได้ล่ะนะ ว่านักแปลการ์ตูนที่ดีแบบเข้าขั้นพื้นฐานนั้นควรจะเป็นยังไง

1. ไวยากรณ์ต้องแม่น
อันนี้หมาคอสโมเคยพูดไปแล้วครั้งหนึ่งในบล็อก ซึ่งเราก็เห็นด้วย (ขอยืมคำพูดบางส่วนมาแปะหน่อยนะ) หากจะเป็นนักแปล ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน หรือเอกสาร หรืออะไรก็ตาม ไวยากรณ์คุณต้องแม่น เพราะไวยากรณ์เป็นเหมือนฐานรากของภาษา ส่วนทักษะต่างๆ เปรียบเสมือนเป็นอาคารที่ก่อสร้างบนพื้นนั้น ถ้าพื้นไม่แน่น มันจะก่ออะไรได้?

2. ความรู้รอบตัวต้องมี
แน่นอนว่าการทำงานแปลนั้น คุณไม่มีทางได้เจอแต่พวกศัพท์แสงที่เคยเรียนมาในห้องเรียนแน่ๆ เช่น แปลเรื่องเซนต์เซย่า ก็ต้องเจอศัพท์แสงพิสดารของท่าไม้ตายของเซนต์ ชื่อกลุ่มดาว และชื่อเฉพาะที่เกี่ยวกับเทพเจ้ากรีกโบราณ ซึ่งเกือบทั้งหมดนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ถูกสมมติขึ้น แต่เป็นการอ้างอิงจากสิ่งที่มีอยู่จริง เพราะฉะนั้นเวลาแปล อย่ามั่ว
ความรู้รอบตัวคุณต้องมี หากไม่มีก็ต้องค้นคว้า (มีอินเตอร์เน็ตซะอย่าง สมัยนี้จะค้นเรื่องอะไรก็แสนสะดวก) ไม่ใช่เสียงอ่านตามตัวคาตาคานะมายังไงก็แปลไปทั้งอย่างนั้น

3. คำไหนมีภาษาไทยให้ใช้...กรุณาใช้
ข้อนี้ส่วนใหญ่จะเจอในรายการทำอาหารของยูบีซีซะมากกว่า พวกโกโกริโกะ หรือทีวีแชมเปี้ยนตอนทำอาหารน่ะ แบบว่าเคยเจอ (บ่อยๆ) "ใส่เนงิลงไป เติมแคชชอปนิดหน่อย" ...ดูแล้วเหวอค่ะ สำหรับไอ้คำประเภทที่ไม่มีบัญญัติไว้ในดิคฯ หรือในไทยไม่มีของชนิดนั้น ก็สมควรจะคงเป็นภาษาญี่ปุ่นไว้หรอก เช่น เก็นคัง (玄関 - พื้นยกระดับตรงทางเข้าบ้าน ไม่สามารถหาคำแปลไทยที่เหมาะสมได้ เพราะบ้านในไทย ไม่มีเก็นคัง ซึ่งคำที่ใกล้เคียงที่สุดน่าจะเป็น หน้าบ้าน หรือทางเข้าบ้าน แต่ก็ไม่ได้ถือว่าถูกต้อง 100% อยู่ดี)
แต่ไอ้ "เนงิ" กับ "แคชชอป" นี่เกินไปมั้ง หรือการแปลว่า "ต้นหอม" กับ "ซอสมะเขือเทศ" มันไม่อินเทรนด์พอ?

ส่วนอีกคำที่จะยกตัวอย่าง คุณนายแมวดำเป็นคนเล่าให้ฟัง เห็นบอกว่าอ่านเจอในนิยายแปลเล่มหนึ่ง (รึเปล่านะ?) "โอฮาโย" แล้วมีวงเล็บไว้ว่า เป็นคำทักทายของคนญี่ปุ่น
โอ้ว...!! มันต่างกับ "อรุณสวัสดิ์" ของไทยมากมั้ยคะ?

4. ให้เกียรติต้นฉบับหน่อย
ก่อนจะแปล ควรอ่านประโยคให้ดีๆ บทเขามายังไงก็แปลไปอย่างนั้น ถ้าเป็นไปได้อย่าไปตัดออกหรือเพิ่มเติมให้เยิ่นเย้อโดยไม่จำเป็น อารมณ์เขามายังไงก็สื่อออกไปอย่างนั้น
ไม่ใช่หลับหูหลับตาแปลเอามันเข้าว่า

อย่าดูถูกคนอ่าน ว่าอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออกแล้วตัวเองจะแปลยังไงก็ได้

ตอนนี้คงจะเริ่มมีคำถามขึ้นมาแล้วว่า "แล้วมันจะต่างอะไรกับแปลเอกสาร?"
ขออธิบายให้เข้าใจว่า การแปลให้ตรงกับบท และคงอารมณ์ให้ได้เหมือนกับต้นฉบับนั้นน่ะ
ไม่ได้หมายความว่า สำนวนจะต้องแข็งทื่อเหมือนโปรแกรมแปลภาษานะ
มันไม่ได้ทำให้ความสนุกของการ์ตูนลดลงหรอกค่ะ ถึงจะไม่เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ลดลงแน่ๆ

5. นึกถึงจิตใจคนอ่านบ้าง
เป็นที่รู้กันดีว่า ไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นจะตรงกันข้ามกับภาษาไทย คือ
"ประธาน + กรรม + กริยา" หรือไม่ก็ "กรรม + ประธาน + กริยา"
ซึ่งหากถอดความเป็นภาษาไทยตรงๆ คงฮาพิลึก หากใครเคยอ่าน Fruits Basket
(เสน่ห์สาวข้าวปั้น) คงจะเจอกันมาแล้ว กับประโยคที่ว่า "ที่นี่...เคียวมาอยู่ใช่มั้ยคะ?"

อีกอย่างคือ ภาษาญี่ปุ่นนั้นชอบละประธาน บางทีพูดมาแต่ละคำ ไม่มีประธานเลย เผลอๆกรรมก็หายไปด้วย ซึ่งบางทีพอแปลออกมาเป็นภาษาไทยแล้ว มันไม่สามารถที่จะละประธานและกรรมแบบญี่ปุ่นได้ เช่น สมมติอยู่ๆ มีคนพูดขึ้นมาว่า "จะช่วยให้ได้"
...คนอ่านคงอยากจะถามว่าใครช่วย? แล้วช่วยใคร? ตรงส่วนนี้เป็นหน้าที่ของคนแปล ที่จะต้องตีประโยคให้ออกว่าคนพูดเขาพูดถึงใคร แล้วก็ใส่ประธานกับกรรมเข้าไปซะ ให้ประโยคลื่นไหลและเป็นฟังดูธรรมชาติ (แบบไทยๆ) มากขึ้น

ดังนั้นเวลาแปลต้องระวัง อย่าเผลอแปลตามไวยากรณ์ญี่ปุ่น เพราะปกติแล้ว ภาษาไทยเราไม่พูดเรียงประโยคหรือละประธานแบบนั้น อย่าเอาแต่ก้มหน้าก้มตาแปล ลองคิดว่าตัวเองเป็นคนอ่าน แล้วอ่านที่ตัวเองแปลดูซิ ว่ามันอ่านรู้เรื่องมั้ย
แต่ทางที่ดีลองเอาให้คนที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นอ่านดู เพราะบางทีคนที่แปลเองจะไม่ค่อยรู้สึกหรอกว่าภาษามันทะแม่งตรงไหน

6. ภาษาไทย...อย่าให้พลาด
ที่จริงข้อนี้ไม่ถึงกับคอขาดบาดตาย เพราะมีคนตรวจปรู๊ฟทำหน้าที่พิสูจน์อักษรให้เราอยู่แล้ว แต่ถ้าทำได้ ก็พยายามอย่าให้ผิดมากนัก ถ้าไม่มั่นใจก็เปิดพจนานุกรมเช็คเอา อย่าให้เขาว่าเอาได้ว่า มีปัญญาแปลภาษาญี่ปุ่น แต่ไม่มีปัญญาเขียนภาษาไทยให้ถูก

7. ขอให้การมั่ว...เป็นตัวเลือกสุดท้ายที่จะใช้
ที่เขียนอย่างนี้เพราะเชื่อว่าไม่มีทางหรอก ที่เราจะแปลและถอดความออกมาได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ทุกตัวอักษร บางครั้งมันก็ไม่รู้จริงๆ ก็เราไม่ใช่คนญี่ปุ่นนี่ จะไปรู้หมดทุกอย่างได้ยังไง มันก็ต้องมีมั่วกันบ้างแหละ แต่ก่อนที่จะมั่วน่ะ ขอให้ค้นคว้าอย่างเต็มที่ก่อน ถ้าไม่ได้จริงๆ ค่อยมั่ว (แล้วมั่วให้เข้ากับเรื่องด้วยล่ะ ) ไม่ใช่เจอศัพท์ประหลาดคำนึง
อุ๊ย ขี้เกียจเปิดดิคฯ มั่วมันซะเลย~ แบบนี้ไม่เอานะ ไม่ดี๊ไม่ดี

8. อีโก้...มีแต่พองาม
อีโก้น่ะ ไม่ว่าใครๆก็มีกันทั้งนั้น แต่อย่าให้มีมากเกินไป (จะบังคับได้มั้ยฟะ?) หากมีคนแนะนำหรือท้วงติงถึงการแปลของเรา ก็ หัดฟังคนอื่น แล้วเก็บมาคิดบ้าง ว่ามันบกพร่องตรงไหนเขาถึงได้ท้วงมา ไม่ใช่ไม่ยอมแก้ไข เอาแต่ยืนกรานท่าเดียวว่าของฉันถูก ของฉันดี ของฉันเลิศประเสริฐศรีที่สุดในปฐพี คนเราไม่มีใครเก่งมาแต่กำเนิด ดังนั้นการเปิดรับความคิดเห็นและข้อติติงจากคนอื่นมาใช้ปรับปรุงฝีมือตัวเองนั้น มันไม่ได้ทำให้คุณดูโง่ลงแม้แต่นิดเดียว...จริงๆนะ

ตอนนี้คิดออกแค่นี้ ไม่ค่อยจะได้ยกตัวอย่างประโยคให้เห็นภาพเท่าไหร่เลย เพราะหัวกำลังตื้อ คิดไม่ออก ถ้าใครช่วยยกตัวอย่างให้จะเป็นพระคุณยิ่ง( ><") และเราก็เรียบเรียงคำพูดตัวเองไม่ค่อยเก่งเท่าไรนัก หากใครอ่านแล้วเกิดอาการมึนงง ก็ต้องขออภัยด้วยนะเคอะ

ขอเชิญอ่านบล็อกที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้น (เรคคอมเมนด์ ทุกบล็อก)
http://cosmoguy.exteen.com/20060315/entry
http://cosmoguy.exteen.com/20060318/entry
http://kuroneko.exteen.com/20060311/entry-1
http://kuroneko.exteen.com/20060423/entry
http://kuroneko.exteen.com/20060502/entry
http://kuroneko.exteen.com/20060503/entry-1
http://draco.exteen.com/20060427/entry

/me ก่อนไปปลูกเมล็ดพันธุ์ต่อ ขอแปะรูปโทยะไว้ เพื่อความสดใสของบล็อก (เรอะ)
ไม่ว่าจะใช้ท่าไม้ตายไหนก็ไม่เคยเจอคัทอินหน้านี้เลยจริงๆ
...ว่าแต่ เอเมรัลด์ พลาสม่า นี่มันท่าไหนหว่า? หรือเป็นท่าของหุ่นออริจินอลตัวที่ 4 ?


(อุปถัมภ์รูปโดย คุณ Shun_Touya)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เห็นด้วยทุกประการ = = b

เอเมรัลด์ พลาสม่า << ....ผมกลัวว่าจะเมคนา -_- ' จำได้ว่าดีบั๊กมันไม่มี

#1 By Kuro Noire on 2006-05-09 01:43

เราอ่านการ์ตูนไม่มาก มีหลายอันเหมือนกันที่ใส่มุขเข้าไปเองแล้วฝืดๆ ส่วนเรื่องแปลมั่วไม่มั่วนี่ก็ไม่ค่อยรู้จ้า

#2 By ☆[แป้ง].Haมmy*☆ on 2006-05-09 04:37

เออ มือไวไปนิด
อุปถัมภ์ สะกดงี้มั้งนะจ้ะ ^^

#3 By ☆[แป้ง].Haมmy*☆ on 2006-05-09 04:39

เห็นด้วยเช่นกันจ้า ที่จริงการที่เดี๋ยวนี้เริ่มมีมาตรการเข้มงวดขึ้นในการคัดคนแปลก็อาจจะเพราะนักแปลที่แปลเป็น"ภาษาไทย"ได้ไม่ดีมันเยอะด้วยล่ะนะ
จะว่าไปเรื่องไวยากรณ์ต้องแม่นนั้นคิดว่ามันเกี่ยวข้องกับการหาว่าตรงไหนคือประธาน กริยา กรรมด้วยสินะ เวลาไปเจอประโยคยาวๆก็มักเห็นคนพลาดบ่อยเหมือนกัน เพราะความมึน คงต้องสั่งสมประสบการณ์เอาเองล่ะสินะ
ลูกหมูเขียนได้ชัดเจนดีแล้วฮ่ะ อ่านแล้วก็ดูเหมือนจะสรุปสิ่งที่ต้องการพูดไว้หมดแล้ว(ว่าแล้วก็เข้าไปดูบลอคคนอื่นมั่งดีกว่า)

#4 By parishii on 2006-05-09 10:12

งี้ด ลูกหมูเขียนได้ละเอียดทุกจุดดีเน่อ

แต่ก็อย่างว่า เรารู้สึกว่าเอาเข้าจริงๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องที่จะอ่านแล้วปฎิบัติตามได้ในเวลาสั้นๆ เลย แถมเผลอๆ หลายคนคงไม่คิดอยากจะทำตามอยู่แรกแต่แล้วด้วย อารมณ์ "ก็แค่แปลการ์ตูนนิ" ชิๆๆ

#5 By draco on 2006-05-09 12:32

แว้ก!! เออใช่ อุปถัมภ์ ถึงว่าทำไมพิมพ์ไปแล้วรู้สึกแปลกๆ
ก๊าซ หน้าแตกๆๆ สี่กีบยังรู้พลาด =[]=;;

/me แก้ด่วน ขอบคุณแป้งและทุกความเห็นมากฮ่ะ

ป.ล. เอเมรัลด์ พลาสม่า << ผมกลัวว่าจะเมคนา
<< พี่ก็สงสัยอยู่

#6 By Piggy on 2006-05-09 13:49

เห็นด้วยทุกประการเลยจ้า แต่เอาเข้าจริงก็อาจจะทำได้ไมครบทุกข้อเน้อ
เรียบเรียงคำพูดดีแล้วนี่คะ อ่านรู้เรื่องมากๆเลย ออกจะเห็นด้วยด้วยซ้ำ เคยคิดอยู่เหมือนกันว่าคนเค้าคิดว้าการแปลงานเนี่ยสมัครง่ายแล้วก็แปลมั่วๆก็ได้หยั่งงั้นเหรอ อ่านแล้วหงุดหงิดดีจริงๆ แต่การ์ตูนสำนักพิมพ์ไหนเนี่ยแหละ แปลมุขให้มันเข้ากับไทยชนิดคนไทยอ่านแล้วฮา อ่านเจอแล้วแอบชมคนแปลอยู่ในใจด้วยซ้ำ

#8 By ~ヽ(´▽`)ノ【tomoe】 on 2006-05-09 18:08

เห็นด้วยเหมือนกันค่ะ
วันนี้ก็เพิ่งจะซื้อการ์ตูนมาแล้วแอบอ่านไม่รู้เรื่อง(เพราะเราเองรึเปล่าหว่า?(ฮา))

#9 By Brownคุง on 2006-05-09 22:44

ใช่ๆๆๆๆๆ ต้องหัดฟังคนอื่น เก็บข้อเสียของเราที่คนอื่นติ เอามาแก้ไขจะได้พัฒนายิ่งขึ้น

#10 By ~ヽ(´▽`)ノ【tomoe】 on 2006-05-12 11:45

เดี๋ยวนี้ชอบเข้าไปเดินเล่นในบล็อกของพี่หมาป่ากับพี่แมวดำมากเลย เอาไว้เตือนสติตัวเองเวลาจะแปลอะไร
ตัวทรายเองก็เป็นคนแปลภาษาออกมาค่อนข้างแข็งนะคะ แต่ก็พยายามเกลา เกลาเองไม่ได้ก็ลากหน่วยเกลามาช่วย (คือหนูและแมวนั่นแหละ ฮ่าๆ) ดีกว่าปล่อยให้มันแข็งทื่ออยู่อย่างนั้น

เมื่อเร็วๆนี้ไปค้นการ์ตูนมาอ่าน ของไพเรทแหละ แหกข้อ6ของพี่ได้อย่างงดงาม
-ลำคาญ
-กรุณาเซ็นส์หนังสือสัญญาด้วยนะคะ
-อย่าเอามือสกปกมาแตะต้องนะ
-คุณคงจะรังเกลียด
อึ้งเลย ปล่อยมาได้ยังไงเนี่ย - -" ไม่รู้ว่าถ้าเทียบกับ"อุงี้"แล้ว อย่างไหนจะดีกว่ากัน ฮ่าๆๆ

#11 By ┼ SY┼ on 2006-05-21 18:44

ส่วนตัวเราว่า นักแปลสำคัญสุดเลยคือ "ภาษาบ้านเกิดตัวเองต้องแม่น" มาก่อน
ถ้าแค่ภาษาที่ตัวเองเป็นเจ้าของยังใช้ได้ไม่ดี ก็ไม่น่าพูดถึงนะว่าจะเข้าใจภาษาของคนอื่นได้ยังไง
ส่วนเรื่องมุข เรื่องเข้าถึงอารมณ์ของคาแรคเตอร์ สำบัดสำนวน มันจะตามมาเองแหละเมื่อเราหมั่นทำการบ้านและฝึกฝน +ใจรัก ^^,,

ปอลอ ชอบบล๊อคพี่มากเลยค่ะ ขอaddไว้นะค้า

#12 By ♪LiULiU♪ on 2006-07-20 19:57

สุดยอดมากฮะ >_<
เราเป็นคนหนึ่งอ่ะที่อยากจะเป็นนักแปล
ตอนนี้ก็พยายามเรียนและฝึกฝนอย่างเต็มที่ฮะ
และจะพยายามไม่ให้ผู้อ่านต้องผิดหวังฮะ
ขอบคุณที่ให้ความรู้และเตือนใจนะฮะ =w=
เห็นด้วยอย่างแรง ผมไม่มีความรู้ด้านภาษา
และอ่านการ์ตูนมาตั้งแ่ต่สมัยยังสะกดภาษาไทยไม่ถูกและไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น(โอว)
อ่านแล้วขัดหูขัดตาเป็นยิ่งนัก=_,=;
ถ้าผิดนิดๆหน่อยๆก็ยังไม่เป็นไร
แต่ที่ผมเห็นบ่อยมากเลยคือ เขียนคำไทยผิด ประโยคไม่รู้เรื่อง(อันนี้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคนเขียนต้นฉบับนั้นต้องการให้คำเป็นแบบนั้น หรือว่าเค้าแปลไม่รู้เรื่อง หรือผมงงเอง..=[]=) และที่บ่อย ที่สุดในโลกแล้ว คือคำแปลผิดช่องอะฮะ??
อยากทราบว่าหน้าที่ใส่คำแปลลงไปในช่องคำพูดนี่เป็นของใครหนอ
คนเรียบเรียงลำดับคนละคนกับคนใส่รึเปล่า
แบบ บทสนทนาสลับกันอ่ะฮะ คำนี้คนนู้นพูดแต่กลับใส่ผิดไปให้อีกช่อง อ่านแล้วโยงเรื่องได้ แต่หงุดหงิดฮ้า=A=;
ฟู้วๆ

#14 By takara™ on 2007-10-26 16:23

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ

จะนำไปพัฒนาตัวเองต่อไป

ป.ล. เห็นด้วยกับข้อ 3 อย่างแรง
ส่วนข้อ 7 ขอเป็นตัวเลือกสุดท้ายเหมือนกัน แต่คงจะใช้บ่อยแน่ ๆ ถ้ายังไม่พัฒนาตัวเองให้เก่งยิ่งกว่านี้ เหอๆๆๆๆ

#15 By sora no hime★空のひめ on 2008-01-29 11:07