Piggy in Japan 2008 #5.1
posted on 26 Jun 2009 13:00 by piggy417
ผู้อ่านบางท่านอาจจะแปลกใจกับไตเติ้ลคราวนี้
คราวก่อนมันเพิ่ง #2 ไหงคราวนี้กระโดดมาเป็น #5 ได้ฟระ??
ลูกหมูขออนุญาตรีพอร์ต "ข้าม" #3 กับ #4 ไปก่อน
เพราะยังมีอะไรหลายๆ อย่างที่ยังไม่เรียบร้อย
รูปถ่ายยังไม่ได้ย่อ รูปประกอบการเล่าเรื่องก็ยังวาดไม่เสร็จ
(ไม่ค่อยจะมีเวลาวาด แถมมือก็ตกสุดๆ (ノ_・。)
แต่ไม่วาดก็ไม่ได้ เพราะเราเป็นคนบรรยายด้วยตัวอักษรไม่เก่ง
เลยต้องใช้รูปวาดสื่ออารมณ์ ณ เวลานั้นออกมาแทน
ดังนั้นวันนี้เชิญอ่านรีพอร์ตตอนที่ 5 กันก่อนนะเคอะ m(_ _)m
◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇
2 ก.ย. 2008 (วันอังคาร)
วันนี้จะไป Landmark Tower ที่โยโกฮาม่า
ตอนแรก ก่อนจะไปญี่ปุ่น เราวางแผนว่าจะไปลงที่ชิบุยะ
จากนั้นค่อยต่อรถไปลงสถานีมินาโตะมิไร แล้วเดินทะลุห้างควีนส์สแควร์
ไปจนถึงแลนด์มาร์กทาวเวอร์ อย่างที่เคยไปคราวก่อน
แต่ระหว่างรอเปลี่ยนรถที่นิปโปริ ก็มีรถสายเคฮินโทโฮคุวิ่งมา
ป้ายที่หัวขบวนขึ้นว่า "ซากุรางิโจ" (桜木町)
อ้าว "ซากุรางิโจ" นี่มันสถานีที่อยู่หน้าแลนด์มาร์กทาวเวอร์พอดีนิ
นึกได้ดังนั้น ลูกหมูก็เลยกระโดดขึ้นสายเคฮินโทโฮคุไปเลย
พอก้นหย่อนถึงเบาะก็นั่งหลับ (อีกแล้ว) ไปราวๆ 1 ชม.
ตื่นขึ้นมาก็ถึงจุดหมายพอดี (ดีที่ไม่หลับจนเลยแบบคราวก่อน - -")
ตึกแท่งทรงแปลกๆ นั่นไง Yokohama Landmark Tower

ชิงช้าสวรรค์ "Cosmo Clock 21" สัญลักษณ์ของโยโกฮาม่า
และโรงแรม Yokohama Grand Inter-Continental Hotel (ตึกทรงเรือใบ)
ที่มองเห็นได้ระหว่างที่เดินบนสกายวอล์ก

เรือนิปปอนมารุ ถ้ามาตอนกลางคืน แสงไฟต้องสวยมากแน่ๆ เลย

มาถึงแล้ว

เป้าหมายที่มาที่นี่คือ ขึ้นไปชมวิวรอบเมืองบน Sky Garden ณ ชั้น 69 ของตึก
Sky Garden เป็นจุดชมวิวแบบ 360 องศา ซึ่งเราจะได้เห็นทิวทัศน์
รอบเมืองโยโกฮาม่าที่ความสูง 273 เมตร (ตัวตึกสูง 295.8 เมตร)

โดยหลังจากซื้อตั๋วแล้ว จะมีพนักงานนำทางเราไปที่ลิฟต์
จากนั้นน้องหนูประจำลิฟต์ก็จะพาเราขึ้นไปที่ชั้น 69
ระหว่างทางน้องหนูก็จะบรรยายเกร็ดความรู้เล็กน้อยว่า
ลิฟต์ที่นี่เป็นลิฟต์ที่วิ่งเร็วที่สุดในญี่ปุ่นเค่อะ สามารถวิ่งได้ถึง 750 เมตรต่อนาที
(ในลิฟต์มีตัววัดความเร็วด้วย @__@; ) ดังนั้นเราจึงสามารถขึ้นไปถึงชั้น 69
ได้ในเวลาเพียงแค่ราวๆ 40 วินาทีเท่านั้นนะเคอะ
ถึงแล้ว Sky Garden

ลิฟต์ที่ใช้เป็นพาหนะเดินทางขึ้นมา

วันนี้เป็นวันธรรมดา และอยู่ในช่วงครึ่งวันเช้า คือ 11 โมงครึ่งกว่าๆ
เลยยังมีลูกค้าไม่มาก (เราก็อยู่ในกลุ่มลูกค้าชุดที่ 2)
บรรยากาศเงียบสงบ แอร์เย็นๆ พร้อมด้วยเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ
โฮ้ยยย~ สวรรค์แท้ๆ

※ จากตรงนี้ไป รูปที่คลิกขยายได้ จะมีสัญลักษณ์ ◎ อยู่ข้างหน้า
◎ บนนี้จะแบ่งพื้นที่เป็น 4 มุม 4 ทิศ
ภาพแรกที่กดชัตเตอร์เก็บมา เป็นภาพทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
มองเห็นทั้งสวนสนุก Cosmo World
โรงแรม Yokohama Grand Inter-Continental Hotel
และสะพานแขวน Yokohama Bay Bridge อยู่ลิบๆ

◎ ทิศนี้ไม่สวยเล้ย มีแต่ตึก เลยถ่ายให้ติดท้องฟ้าหน่อย

◎ ภาพจากทิศอื่นๆ ที่เหลือ



◎ หลังคาขาวๆ นั่นคือฮอลล์จัดแสดงของ Pacifico Yokohama
ิ
มีที่วัดส่วนสูง (?) ด้วย 273 เมตร จริงๆ นะเออ

น้องหมา "บลูดัล" มาสคอตคาแรกเตอร์ที่มีถิ่นกำเนิดในโยโกฮาม่า

◎ มุมขายของที่ระลึก ไม่รู้เขาให้ถ่ายรึเปล่า
เลยแอบๆ ถ่ายมา ไม่กล้าไปยืนถ่ายตรงๆ
ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นป้ายรูปหน้าคุณเพอร์รี่ด้วย
ของที่ระลึกหลายชิ้นที่นี่ มีคุณเพอร์รี่คนนี้แหละเป็นพรีเซนเตอร์ใหญ่

※ แมทธิว เพอร์รี่ (10 เม.ย. 1794 - 4 มี.ค. 1858)
นายพลเรือจัตวาของอเมริกา ผู้นำกองทัพเรือมาที่อ่าวอุรางะ
เพื่อกดดันให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศในปี 1853
มุมนี้สำหรับคู่รัก

ส่วนอีกมุมนึงเป็นมุมของศิลปินวาดภาพเหมือน
(กลัวเขาไม่ให้ถ่าย เลยไม่ถ่ายมา)
สำหรับคนที่ต้องการภาพเหมือนของตัวเองเป็นที่ระลึก
ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกจะภาพละ 2,000 เยน
http://www.master-xebec.com/cgi-bin/e_memo/e_memo.cgi
หลังจากเดินครบ 4 ทิศแล้ว ก็ลังเลอยู่นานว่าจะสั่งอะไรกินดีไหม ทีแรกว่าจะไม่ (งก - -")
แต่อุตส่าห์ได้บัตรส่วนลด 100 เยน (จากตอนซื้อตั๋วเข้าชม) มาแล้ว เอาซะหน่อยน่า
ก็เลยสั่งบลูโซดาโฟลตมาแก้วนึง

ภาพย้อนแสงสุดๆ เป็นเพราะข้างนอกแดดมันจัดมากกก
ขนาดปรับชดเชยแสงในกล้องแล้วก็ยังสู้ไม่ไหว เลยถ่ายมาทั้งมืดๆ ยังงี้แหละ
มุมคาเฟ่ของเขาจะมีทั้งแบบโต๊ะนั่งในร้าน (สำหรับคนบริโภคอาหาร)
และอย่างที่เห็นในรูป คือแบบที่นั่งริมกระจก (สำหรับคนบริโภคเครื่องดื่มเท่านั้น)
โต๊ะถูกจัดไว้สำหรับนั่งเป็นคู่ (รัก) 2 คน แถมมีเชิงเทียนประดับซะด้วย
แหม ถ้าเป็นตอนกลางคืนคงโรแมนติกซะไม่มี
เออ... เออ... เออ...
ชั้นผิดมากมั้ยที่มาคนเดียว -*-
หลังจากหม่ำเสร็จแล้ว เราก็เดินชมวิวอีกรอบ
เนื่องจากตอนนั้นใกล้จะบ่ายโมงแล้ว พระอาทิตย์จึงเริ่มคล้อยไปอีกทางนึง
ทำให้แดดที่เคยจัดจ้านหายไปหมด ทัศนียภาพปลอดโปร่ง เย้ เย้
เลยต้องหยิบกล้องขึ้นมาแชะภาพใหม่อีกที
◎ ถ่ายมุมเดิมอีกรอบ

◎ สะพานโยโกฮาม่าเบย์บริดจ์ มองเห็นชัดขึ้นแล้ว

◎ เรือนิปปอนมารุ จากมุมมองด้านบน ซูมสุดๆ ได้แค่เนี้ย

ใจจริงเราอยากอยู่ให้ถึงช่วงกลางคืน เพราะอยากเก็บภาพแสงไฟตอนกลางคืน
แต่ตอนนั้นมันเพิ่งบ่ายโมงเอง เลยเกิดอาการเสียดายเวลาเที่ยวขึ้นมา
(ทั้งที่จริงแล้วก็ไม่ได้ตั้งใจจะเที่ยวแบบทำเวลาหรอกนะ
อยากอยู่ที่ไหนก็จะอยู่นานๆ ตามอารมณ์ แต่งานนี้รู้สึกเสียดายเวลาจริงๆ)
จะให้ออกไปเที่ยวที่อื่นแล้วกลับมาใหม่ก็...ฮึ้ย เสียตังค์ค่าเข้าใหม่อีกรอบสิ
ประจวบกับเริ่มมีลูกค้ามากันมากขึ้น เมื่อคนมากขึ้น เสียงก็ย่อมดังมากขึ้น
เป็นสัจธรรมของโลก (??)
"ว้ายยย"
"ว้าววว"
"สุโก้ยยย~~!!"
"คิเร้~~!!"
...สวรรค์อันเงียบสงบของลูกหมูหายไปแล้ว orz
ดังนั้นลูกหมูจึงตัดสินใจโบกมือลา Sky Garden เมื่อเวลาบ่ายโมงกว่าๆ
โดยมีน้องหนูประจำลิฟต์พาลงมาส่ง ขาขึ้นไม่เท่าไหร่ แต่ขาลงนี่เล่นเอาหูอื้อเลย
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก
อ้าว...ที่นี่มันที่ไหนหว่า?
คนละทางกับที่เข้ามานิ
หลังจากหันซ้ายขวาหน้าหลังอยู่ครู่นึง ก็พบว่าที่นี่คือชั้น 5 ของห้าง
อะไรเนี่ย ขาขึ้นให้ขึ้นทางชั้นล่าง แล้วไหงขาลงเอามาปล่อยที่ชั้น 5 ล่ะ
รูปนี้ถ่ายตรงชั้น 3 ของห้าง

บันไดเลื่อนโค้งงง

นี่แหละทางเข้า (เพิ่งมาถ่ายตอนขาออก) ตอนขึ้นไปสกายการ์เด้น

ลงจากสกายวอล์ก

◎ ผ่านตึก Cross Gate

กลับมาที่หน้าสถานีซากุรางิโจอีกครั้ง

ทีแรกตั้งใจว่าจะเดินไปเสพธรรมชาติที่สวนสาธารณะยามาชิตะ
แต่เนื่องจากอากาศมันร้อนมากกก แดดก็แรงมากๆ จนแสบผิวไปหมด
เลยยอมแพ้ค่ะ ลงไปเดินเล่นอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดินพักนึง
เสร็จแล้วก็ขึ้น JR กลับไปหลั่นล้าที่โตเกียวต่อตามแผนการ
คราวหน้าต้องไปชมแสงไฟของโยโกฮาม่าตอนกลางคืน
และขึ้นไปที่จุดชมวิวของจังหวัดอื่นบ้างให้ได้เลย >.<
>> อ่านต่อภาค 5.2
Edit: สำหรับคนใช้ไฟร์ฟอกซ์ มันจะบล็อกโฮสต์ที่เราใช้ฝากรูป
เนื่องจากโฮสต์เคยโดนมือดี (เจือก) แฮ็กเอาไวรัสมาใส่
และเราปล่อยปละละเลยมันไปนาน เลยโดนขึ้นแบล็กลิสต์ - -"
แต่ตอนนี้แก้ไขหมดแล้วนะ ถ้าคลิกรูปขยายแล้วโดนบล็อก
ก็กด ignore ได้เลยฮ่ะ ต้องขออภัยในความไม่สะดวก m(_ _)m
Edit 2: ตอนนี้เอาีรูปไปฝากที่ skydrive แทนแล้ว จะได้หมดปัญหา
ขอบคุณมานพที่ช่วยแจ้งนะคะ >.< คราวนี้ลองดูอีกทีนะ ว่าจะเข้าได้มั้ย
คราวก่อนมันเพิ่ง #2 ไหงคราวนี้กระโดดมาเป็น #5 ได้ฟระ??
ลูกหมูขออนุญาตรีพอร์ต "ข้าม" #3 กับ #4 ไปก่อน
เพราะยังมีอะไรหลายๆ อย่างที่ยังไม่เรียบร้อย
รูปถ่ายยังไม่ได้ย่อ รูปประกอบการเล่าเรื่องก็ยังวาดไม่เสร็จ
(ไม่ค่อยจะมีเวลาวาด แถมมือก็ตกสุดๆ (ノ_・。)
แต่ไม่วาดก็ไม่ได้ เพราะเราเป็นคนบรรยายด้วยตัวอักษรไม่เก่ง
เลยต้องใช้รูปวาดสื่ออารมณ์ ณ เวลานั้นออกมาแทน
ดังนั้นวันนี้เชิญอ่านรีพอร์ตตอนที่ 5 กันก่อนนะเคอะ m(_ _)m
◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇
2 ก.ย. 2008 (วันอังคาร)
วันนี้จะไป Landmark Tower ที่โยโกฮาม่า
ตอนแรก ก่อนจะไปญี่ปุ่น เราวางแผนว่าจะไปลงที่ชิบุยะ
จากนั้นค่อยต่อรถไปลงสถานีมินาโตะมิไร แล้วเดินทะลุห้างควีนส์สแควร์
ไปจนถึงแลนด์มาร์กทาวเวอร์ อย่างที่เคยไปคราวก่อน
แต่ระหว่างรอเปลี่ยนรถที่นิปโปริ ก็มีรถสายเคฮินโทโฮคุวิ่งมา
ป้ายที่หัวขบวนขึ้นว่า "ซากุรางิโจ" (桜木町)
อ้าว "ซากุรางิโจ" นี่มันสถานีที่อยู่หน้าแลนด์มาร์กทาวเวอร์พอดีนิ
นึกได้ดังนั้น ลูกหมูก็เลยกระโดดขึ้นสายเคฮินโทโฮคุไปเลย
พอก้นหย่อนถึงเบาะก็นั่งหลับ (อีกแล้ว) ไปราวๆ 1 ชม.
ตื่นขึ้นมาก็ถึงจุดหมายพอดี (ดีที่ไม่หลับจนเลยแบบคราวก่อน - -")
ตึกแท่งทรงแปลกๆ นั่นไง Yokohama Landmark Tower

ชิงช้าสวรรค์ "Cosmo Clock 21" สัญลักษณ์ของโยโกฮาม่า
และโรงแรม Yokohama Grand Inter-Continental Hotel (ตึกทรงเรือใบ)
ที่มองเห็นได้ระหว่างที่เดินบนสกายวอล์ก

เรือนิปปอนมารุ ถ้ามาตอนกลางคืน แสงไฟต้องสวยมากแน่ๆ เลย

มาถึงแล้ว

เป้าหมายที่มาที่นี่คือ ขึ้นไปชมวิวรอบเมืองบน Sky Garden ณ ชั้น 69 ของตึก
Sky Garden เป็นจุดชมวิวแบบ 360 องศา ซึ่งเราจะได้เห็นทิวทัศน์
รอบเมืองโยโกฮาม่าที่ความสูง 273 เมตร (ตัวตึกสูง 295.8 เมตร)

โดยหลังจากซื้อตั๋วแล้ว จะมีพนักงานนำทางเราไปที่ลิฟต์
จากนั้นน้องหนูประจำลิฟต์ก็จะพาเราขึ้นไปที่ชั้น 69
ระหว่างทางน้องหนูก็จะบรรยายเกร็ดความรู้เล็กน้อยว่า
ลิฟต์ที่นี่เป็นลิฟต์ที่วิ่งเร็วที่สุดในญี่ปุ่นเค่อะ สามารถวิ่งได้ถึง 750 เมตรต่อนาที
(ในลิฟต์มีตัววัดความเร็วด้วย @__@; ) ดังนั้นเราจึงสามารถขึ้นไปถึงชั้น 69
ได้ในเวลาเพียงแค่ราวๆ 40 วินาทีเท่านั้นนะเคอะ
ถึงแล้ว Sky Garden

ลิฟต์ที่ใช้เป็นพาหนะเดินทางขึ้นมา

วันนี้เป็นวันธรรมดา และอยู่ในช่วงครึ่งวันเช้า คือ 11 โมงครึ่งกว่าๆ
เลยยังมีลูกค้าไม่มาก (เราก็อยู่ในกลุ่มลูกค้าชุดที่ 2)
บรรยากาศเงียบสงบ แอร์เย็นๆ พร้อมด้วยเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ
โฮ้ยยย~ สวรรค์แท้ๆ

※ จากตรงนี้ไป รูปที่คลิกขยายได้ จะมีสัญลักษณ์ ◎ อยู่ข้างหน้า
◎ บนนี้จะแบ่งพื้นที่เป็น 4 มุม 4 ทิศ
ภาพแรกที่กดชัตเตอร์เก็บมา เป็นภาพทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
มองเห็นทั้งสวนสนุก Cosmo World
โรงแรม Yokohama Grand Inter-Continental Hotel
และสะพานแขวน Yokohama Bay Bridge อยู่ลิบๆ

◎ ทิศนี้ไม่สวยเล้ย มีแต่ตึก เลยถ่ายให้ติดท้องฟ้าหน่อย

◎ ภาพจากทิศอื่นๆ ที่เหลือ



◎ หลังคาขาวๆ นั่นคือฮอลล์จัดแสดงของ Pacifico Yokohama
ิ

มีที่วัดส่วนสูง (?) ด้วย 273 เมตร จริงๆ นะเออ

น้องหมา "บลูดัล" มาสคอตคาแรกเตอร์ที่มีถิ่นกำเนิดในโยโกฮาม่า

◎ มุมขายของที่ระลึก ไม่รู้เขาให้ถ่ายรึเปล่า
เลยแอบๆ ถ่ายมา ไม่กล้าไปยืนถ่ายตรงๆ
ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นป้ายรูปหน้าคุณเพอร์รี่ด้วย
ของที่ระลึกหลายชิ้นที่นี่ มีคุณเพอร์รี่คนนี้แหละเป็นพรีเซนเตอร์ใหญ่

※ แมทธิว เพอร์รี่ (10 เม.ย. 1794 - 4 มี.ค. 1858)
นายพลเรือจัตวาของอเมริกา ผู้นำกองทัพเรือมาที่อ่าวอุรางะ
เพื่อกดดันให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศในปี 1853
มุมนี้สำหรับคู่รัก

ส่วนอีกมุมนึงเป็นมุมของศิลปินวาดภาพเหมือน
(กลัวเขาไม่ให้ถ่าย เลยไม่ถ่ายมา)
สำหรับคนที่ต้องการภาพเหมือนของตัวเองเป็นที่ระลึก
ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกจะภาพละ 2,000 เยน
http://www.master-xebec.com/cgi-bin/e_memo/e_memo.cgi
หลังจากเดินครบ 4 ทิศแล้ว ก็ลังเลอยู่นานว่าจะสั่งอะไรกินดีไหม ทีแรกว่าจะไม่ (งก - -")
แต่อุตส่าห์ได้บัตรส่วนลด 100 เยน (จากตอนซื้อตั๋วเข้าชม) มาแล้ว เอาซะหน่อยน่า
ก็เลยสั่งบลูโซดาโฟลตมาแก้วนึง

ภาพย้อนแสงสุดๆ เป็นเพราะข้างนอกแดดมันจัดมากกก
ขนาดปรับชดเชยแสงในกล้องแล้วก็ยังสู้ไม่ไหว เลยถ่ายมาทั้งมืดๆ ยังงี้แหละ
มุมคาเฟ่ของเขาจะมีทั้งแบบโต๊ะนั่งในร้าน (สำหรับคนบริโภคอาหาร)
และอย่างที่เห็นในรูป คือแบบที่นั่งริมกระจก (สำหรับคนบริโภคเครื่องดื่มเท่านั้น)
โต๊ะถูกจัดไว้สำหรับนั่งเป็นคู่ (รัก) 2 คน แถมมีเชิงเทียนประดับซะด้วย
แหม ถ้าเป็นตอนกลางคืนคงโรแมนติกซะไม่มี
เออ... เออ... เออ...
ชั้นผิดมากมั้ยที่มาคนเดียว -*-
หลังจากหม่ำเสร็จแล้ว เราก็เดินชมวิวอีกรอบ
เนื่องจากตอนนั้นใกล้จะบ่ายโมงแล้ว พระอาทิตย์จึงเริ่มคล้อยไปอีกทางนึง
ทำให้แดดที่เคยจัดจ้านหายไปหมด ทัศนียภาพปลอดโปร่ง เย้ เย้
เลยต้องหยิบกล้องขึ้นมาแชะภาพใหม่อีกที
◎ ถ่ายมุมเดิมอีกรอบ

◎ สะพานโยโกฮาม่าเบย์บริดจ์ มองเห็นชัดขึ้นแล้ว

◎ เรือนิปปอนมารุ จากมุมมองด้านบน ซูมสุดๆ ได้แค่เนี้ย

ใจจริงเราอยากอยู่ให้ถึงช่วงกลางคืน เพราะอยากเก็บภาพแสงไฟตอนกลางคืน
แต่ตอนนั้นมันเพิ่งบ่ายโมงเอง เลยเกิดอาการเสียดายเวลาเที่ยวขึ้นมา
(ทั้งที่จริงแล้วก็ไม่ได้ตั้งใจจะเที่ยวแบบทำเวลาหรอกนะ
อยากอยู่ที่ไหนก็จะอยู่นานๆ ตามอารมณ์ แต่งานนี้รู้สึกเสียดายเวลาจริงๆ)
จะให้ออกไปเที่ยวที่อื่นแล้วกลับมาใหม่ก็...ฮึ้ย เสียตังค์ค่าเข้าใหม่อีกรอบสิ
ประจวบกับเริ่มมีลูกค้ามากันมากขึ้น เมื่อคนมากขึ้น เสียงก็ย่อมดังมากขึ้น
เป็นสัจธรรมของโลก (??)
"ว้ายยย"
"ว้าววว"
"สุโก้ยยย~~!!"
"คิเร้~~!!"
...สวรรค์อันเงียบสงบของลูกหมูหายไปแล้ว orz
ดังนั้นลูกหมูจึงตัดสินใจโบกมือลา Sky Garden เมื่อเวลาบ่ายโมงกว่าๆ
โดยมีน้องหนูประจำลิฟต์พาลงมาส่ง ขาขึ้นไม่เท่าไหร่ แต่ขาลงนี่เล่นเอาหูอื้อเลย
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก
อ้าว...ที่นี่มันที่ไหนหว่า?
หลังจากหันซ้ายขวาหน้าหลังอยู่ครู่นึง ก็พบว่าที่นี่คือชั้น 5 ของห้าง
อะไรเนี่ย ขาขึ้นให้ขึ้นทางชั้นล่าง แล้วไหงขาลงเอามาปล่อยที่ชั้น 5 ล่ะ
รูปนี้ถ่ายตรงชั้น 3 ของห้าง

บันไดเลื่อนโค้งงง

นี่แหละทางเข้า (เพิ่งมาถ่ายตอนขาออก) ตอนขึ้นไปสกายการ์เด้น

ลงจากสกายวอล์ก

◎ ผ่านตึก Cross Gate

กลับมาที่หน้าสถานีซากุรางิโจอีกครั้ง

ทีแรกตั้งใจว่าจะเดินไปเสพธรรมชาติที่สวนสาธารณะยามาชิตะ
แต่เนื่องจากอากาศมันร้อนมากกก แดดก็แรงมากๆ จนแสบผิวไปหมด
เลยยอมแพ้ค่ะ ลงไปเดินเล่นอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดินพักนึง
เสร็จแล้วก็ขึ้น JR กลับไปหลั่นล้าที่โตเกียวต่อตามแผนการ
คราวหน้าต้องไปชมแสงไฟของโยโกฮาม่าตอนกลางคืน
และขึ้นไปที่จุดชมวิวของจังหวัดอื่นบ้างให้ได้เลย >.<
>> อ่านต่อภาค 5.2
Edit: สำหรับคนใช้ไฟร์ฟอกซ์ มันจะบล็อกโฮสต์ที่เราใช้ฝากรูป
เนื่องจากโฮสต์เคยโดนมือดี (เจือก) แฮ็กเอาไวรัสมาใส่
และเราปล่อยปละละเลยมันไปนาน เลยโดนขึ้นแบล็กลิสต์ - -"
แต่ตอนนี้แก้ไขหมดแล้วนะ ถ้าคลิกรูปขยายแล้วโดนบล็อก
ก็กด ignore ได้เลยฮ่ะ ต้องขออภัยในความไม่สะดวก m(_ _)m
Edit 2: ตอนนี้เอาีรูปไปฝากที่ skydrive แทนแล้ว จะได้หมดปัญหา
ขอบคุณมานพที่ช่วยแจ้งนะคะ >.< คราวนี้ลองดูอีกทีนะ ว่าจะเข้าได้มั้ย


เห็นแล้วอยากไปมั่งจังเลยน้า ตั๋วช่วงนี้ยิ่งถูกๆ อยู่
#1 By draco on 2009-06-26 13:13